ถึงพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน
ไทยและพม่าไม่ได้เป็นเพียงประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันเท่านั้น เราต่างมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสายใยแห่งพระพุทธศาสนาเถรวาทที่ผูกพันกันมาหลายศตวรรษ ประชาชนชาวพม่า เฉกเช่นเดียวกับประชาชนชาวไทย ต่างเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง
นับตั้งแต่การรัฐประหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ประชาชนชาวพม่าต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีทางอากาศใส่หมู่บ้าน การจับกุมโดยพลการ การทรมาน และการปิดกั้นความฝันของคนทั้งรุ่น ชาวพม่าจำนวนมากที่อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทยในวันนี้ ต่างแบกรับความเจ็บปวดนี้ไว้ทุกวัน ห่างไกลจากครอบครัวและบ้านเกิดเมืองนอนของตน
นักรบแห่งการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิของพม่าล้วนเป็นคนธรรมดาสามัญ ทั้งครู นักเรียน เกษตรกร และแรงงาน ที่เลือกจะลุกขึ้นยืนหยัดแทนที่จะก้มหัวยอมจำนน พวกเขาปกป้องพลเรือนด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ในขณะนี้ สิ่งง่ายๆ อย่างหมวกกันน็อคหรือเสื้อเกราะกันกระสุนเพียงชิ้นเดียว อาจเป็นตัวตัดสินระหว่างชีวิตและความตายของผู้พิทักษ์เหล่านี้
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญต่อประเทศไทย
พม่าที่มีเสถียรภาพ เป็นอิสระ และเป็นประชาธิปไตย ย่อมเป็นผลดีต่อประเทศไทย ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อหมายถึงผู้ลี้ภัยที่เพิ่มมากขึ้น ความไม่มั่นคงตามแนวชายแดนร่วม และความทุกข์ยากของผู้คนที่ถือได้ว่าเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่สุดของเรา การสนับสนุนประชาชนชาวพม่าจึงไม่ใช่เพียงการแสดงความเมตตาเท่านั้น แต่คือการแสดงความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนสองชาติที่ต่างเข้าใจดีว่าการต่อสู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่านั้นหมายความว่าอะไร
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นทหารเพื่อมีส่วนร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ การบริจาคเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนน้อยนิดเพียงใด ก็ช่วยสวมหมวกกันน็อคให้กับผู้ที่ยืนหยัดอยู่ระหว่างคณะรัฐประหารกับครอบครัวพลเรือนได้